เจาะลึกฟังก์ชัน

โดนหลอกโอนคริปโตจากบัญชี Binance ต้องแจ้งที่ไหน? แบบฟอร์มรายงานคดีและการแจ้งความออนไลน์

แยกให้ชัดว่าเรื่องไหนใช้แบบฟอร์มรายงานคดีของ Binance เรื่องไหนต้องกดอุทธรณ์ออเดอร์ P2P และต้องแจ้งความที่ thaipoliceonline.go.th อย่างไร พร้อมประเภทการรายงาน 13 แบบ หลักฐานที่ต้องเตรียม และเบอร์แจ้งอายัดบัญชีธนาคาร

โดนหลอกโอนคริปโตจากบัญชี Binance ต้องแจ้งที่ไหน? แบบฟอร์มรายงานคดีและการแจ้งความออนไลน์

เมื่อรู้ตัวว่าโอนคริปโตให้มิจฉาชีพไปแล้ว สิ่งที่เสียเวลาที่สุดคือการนั่งไล่ทักแชตกับคนที่หลอกเรา หรือไปหา "บริการช่วยทวงเงินคืน" ก่อนเป็นอย่างแรก สองอย่างนี้ไม่ได้เพิ่มโอกาสได้เงินคืน และอย่างหลังมักเป็นกับดักรอบสอง สิ่งที่ควรทำในวันเดียวกันคือเดินสองทางคู่กัน คือ รายงานกับฝั่งแพลตฟอร์ม และ แจ้งความกับตำรวจไทย เพราะทั้งสองฝั่งใช้ข้อมูลคนละชุดและมีอำนาจคนละแบบ

บทความนี้แยกให้เห็นว่าแต่ละช่องทางรับเรื่องแบบไหน ต้องล็อกอินหรือไม่ ต้องเตรียมหลักฐานอะไร และเส้นทางของผู้ใช้ Binance TH ต่างจากผู้ใช้ Binance Global ตรงไหน ข้อมูลทั้งหมดตรวจสอบจากหน้าทางการเมื่อ 13 ตุลาคม 2569

เรื่องของคุณเข้าข่ายไหน ก่อนจะกดส่งเรื่อง

ทั้งสามกรณีข้างล่างนี้ดูคล้ายกันเวลาเล่าให้คนอื่นฟัง แต่ใช้ช่องทางคนละอันและหลักฐานคนละชุด

สถานการณ์ ช่องทางที่ถูกต้อง
คุณกดถอนหรือโอนคริปโตออกจากบัญชีไปให้มิจฉาชีพเอง แบบฟอร์มรายงานคดี (Case Report Form) และแจ้งความ
ออเดอร์ P2P มีปัญหา เช่น จ่ายเงินแล้วผู้ขายไม่ปล่อยเหรียญ กดอุทธรณ์จากหน้าออเดอร์นั้นโดยตรง ไม่ใช่ฟอร์มรายงานคดี
สงสัยว่ามีคนเข้าถึงบัญชีและโอนออกโดยคุณไม่ได้กดเอง ตัดการเข้าถึงและตรวจอุปกรณ์ก่อน แล้วค่อยรายงาน

กรณีที่สองมีกฎและกรอบเวลาของตัวเอง อ่านรายละเอียดได้ที่ กฎการอุทธรณ์เมื่อออเดอร์ P2P มีปัญหา ส่วนกรณีที่สาม ให้เริ่มจาก การตรวจประวัติการเข้าสู่ระบบและถอนอุปกรณ์ที่ไม่รู้จักออก ก่อน เพราะถ้าผู้บุกรุกยังอยู่ในบัญชี การรายงานอย่างเดียวไม่หยุดความเสียหาย

ช่องทางที่ 1 รายงานกับฝั่งแพลตฟอร์ม

ผู้ใช้ Binance Global ใช้แบบฟอร์มรายงานคดี

หน้าช่วยเหลือ "How to Report Scams on Binance Support?" ระบุทางเข้าไว้สามทาง คือเข้าจากหน้ารายละเอียดธุรกรรมที่เป็นปัญหาแล้วกด [Report Scam], เข้าจากไอคอน [Binance Support] มุมขวาล่างของเว็บไซต์ แล้วไปที่ส่วน Self Service กด [View All] และเลื่อนหาหัวข้อ [Non-P2P Related Scam Report] หรือเล่าเรื่องกับฝ่ายบริการลูกค้าแล้วกดลิงก์แบบฟอร์มที่เจ้าหน้าที่ส่งกลับมา

สองข้อจำกัดที่ต้องรู้ก่อนเสียเวลา หน้าเดียวกันเขียนว่าแบบฟอร์มนี้ เปิดให้เฉพาะผู้ใช้ที่ล็อกอินบัญชีที่ยืนยันตัวตนแล้ว และ รองรับเฉพาะการหลอกลวงที่เกี่ยวกับการถอนและการชำระเงิน ส่วนกลโกงประเภทอื่น เช่น กลโกง NFT ต้องแจ้งผ่านฝ่ายบริการลูกค้าแทน ถ้ากดส่งแล้วขึ้นข้อความแจ้งข้อผิดพลาด หน้าช่วยเหลือแนะนำให้ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าเพื่อส่งรายละเอียดด้วยตัวเอง

ช่อง [Report Type] เป็นจุดที่คนกรอกผิดบ่อยที่สุด เพราะชื่อประเภทเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมดและมีให้เลือก 13 แบบ หน้าช่วยเหลือมีคำอธิบายว่าสถานการณ์แบบไหนควรเลือกอะไร

หน้าช่วยเหลือของ Binance หัวข้อ How to choose the Report Type แสดงรายการประเภทการรายงานทั้ง 13 แบบ เช่น Payment without Delivery, Off-Platform Crypto Exchange, Blackmail or Extortion, Job or Income Scam, Fake Investment, Impersonation Scams, Remote Access Scams, Rug Pull และ Others พร้อมคำอธิบายว่าควรเลือกแบบใดในสถานการณ์ใด

เทียบกับคำที่คนไทยใช้เล่าเหตุการณ์จริง สามประเภทที่เลือกผิดกันบ่อยคือ

  • ถูกชวนลงทุนผ่านเพจ แอป หรือคนที่รู้จักกันในแอปหาคู่ แล้วเว็บไม่ให้ถอน เลือก Fake Investment
  • มีคนอ้างเป็นพนักงาน Binance ธนาคาร ตำรวจ สรรพากร หรือศุลกากร แล้วให้โอนเหรียญไปเคลียร์เรื่อง เลือก Impersonation Scams
  • ถูกชวนร่วมกิจกรรมแจกเหรียญหรือแอร์ดรอป ต้องโอนก่อนถึงจะได้รับของ แล้วไม่ได้อะไรเลย เลือก Payment without Delivery ซึ่งรวมถึงกรณีจ่ายค่าบริการที่อ้างว่าช่วยกู้เงินคืนแล้วไม่ได้รับบริการ

ถ้าอ่านรายการแล้วยังไม่ตรงกับเรื่องของตัวเอง หน้าช่วยเหลือเขียนไว้ชัดว่าให้เลือก Others ดีกว่าฝืนเลือกประเภทที่ไม่ตรง

ผู้ใช้ Binance TH แจ้งผ่านฝ่ายบริการลูกค้า

Binance TH ไม่มีแบบฟอร์มรายงานคดีแบบเดียวกันเปิดให้เห็นในศูนย์ช่วยเหลือ บทความ "วิธีสังเกตและหลีกเลี่ยงกลโกงในโลกสินทรัพย์ดิจิทัล" (อัปเดต 28 พฤษภาคม 2026) เขียนขั้นตอนไว้เป็นภาษาไทยทั้งหมด และลำดับข้อแรกคือแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตามด้วยการแจ้งฝ่ายบริการลูกค้าของ Binance TH

บทความภาษาไทยบนศูนย์ช่วยเหลือของ Binance TH หัวข้อ 7 ฉันควรทำอย่างไรหากตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ระบุสี่ข้อคือแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ รายงานต่อฝ่ายบริการลูกค้าของ Binance TH แจ้งไปยังแพลตฟอร์มต้นทาง และข้อควรระวังเกี่ยวกับบริการติดตามเงินคืนที่มักดำเนินการโดยกลุ่มมิจฉาชีพกลุ่มเดิม

ข้อแตกต่างด้านภาษาที่กระทบคนไทยโดยตรง คือคู่มือของแบบฟอร์มรายงานคดีฝั่ง Binance Global มีให้อ่านเป็นภาษาอังกฤษ เมื่อเรียกหน้าเดียวกันด้วยภาษาไทย ระบบยังคืนเนื้อหาฉบับภาษาอังกฤษกลับมา ภาพหน้าจอในบทความนี้จึงเป็นหน้าภาษาอังกฤษตามที่เห็นจริง ส่วนเนื้อหาด้านความปลอดภัยที่มีฉบับภาษาไทยเต็มรูปแบบอยู่ฝั่ง Binance TH

ช่องทางที่ 2 แจ้งความออนไลน์กับตำรวจไทย

เว็บไซต์ของศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) ที่ thaipoliceonline.go.th รับแจ้งความคดีออนไลน์ได้โดยไม่ต้องเดินทางไปสถานีตำรวจ หน้าแรกแยกปุ่มไว้ตามวัตถุประสงค์ ทั้งแจ้งความออนไลน์ แจ้งเบาะแสเมื่อไม่ได้เสียหายเอง สนทนากับเจ้าหน้าที่ อัปโหลดเอกสารเพิ่มเติมของคดีที่แจ้งไว้แล้ว และตรวจสอบสถานะบัญชีม้า

ปุ่มบริการบนหน้าแรกเว็บไซต์ thaipoliceonline.go.th เรียงจากบนลงล่าง คือ แจ้งความออนไลน์ แจ้งเบาะแส สนทนากับเจ้าหน้าที่ ตรวจสอบสถานะบัญชีม้า อัปโหลดเอกสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดี และคู่มือการใช้งานระบบ

สายด่วนของระบบคือ 1441 ส่วนเบอร์ติดต่อหน่วยงานคือ 0 2504 4850 เปิดวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 08:30–16:30 ตามที่ระบุไว้ท้ายเว็บไซต์ ปริมาณงานของระบบนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก หน้าแรกสรุปสถิติสะสมตั้งแต่ 1 มกราคม 2568 ถึง 12 ตุลาคม 2569 ไว้ที่ 635,602 เรื่อง มูลค่าความเสียหายรวม 38,064,769,201 บาท หรือเฉลี่ยราว 976 เรื่องต่อวัน โดยกลุ่มหลอกลวงด้านการเงินและการลงทุนคิดเป็น 4% ของคดีทั้งหมด

การแจ้งความไม่ใช่แค่พิธีกรรม หน้าช่วยเหลือของ Binance เองเขียนว่าทางเอ็กซ์เชนจ์อาจถูกข้อกำหนดทางกฎหมายจำกัดไม่ให้เปิดเผยรายละเอียดการสืบสวนกับผู้ใช้ จึงสนับสนุนให้ผู้เสียหายแจ้งหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และระบุว่า Binance ทำงานร่วมกับหน่วยงานเหล่านั้นเพื่อสนับสนุนการสืบสวน หมายความว่าเลขคดีจากฝั่งตำรวจคือสิ่งที่ทำให้คำขอข้อมูลจากเอ็กซ์เชนจ์มีน้ำหนัก

ถ้าเงินยังค้างอยู่ในบัญชีธนาคาร ให้โทรอายัดทันที

จุดที่หลายคนพลาดคือเข้าใจว่าทุกอย่างจบที่การแจ้งความ ทั้งที่ถ้าเส้นทางเงินยังเป็นเงินบาทในบัญชีธนาคาร เช่น โอนเข้าบัญชีของมิจฉาชีพเพื่อซื้อเหรียญ การโทรอายัดกับธนาคารเองเป็นขั้นตอนที่เร็วที่สุด หน้าแรกของ thaipoliceonline.go.th รวบรวมเบอร์แจ้งอายัดของแต่ละธนาคารไว้ให้

ส่วนแจ้งอายัดบัญชีด้วยตัวเองบนหน้าแรกเว็บไซต์ thaipoliceonline.go.th แสดงการ์ดธนาคารพร้อมเบอร์โทรแจ้งอายัด ได้แก่ กสิกรไทย ไทยพาณิชย์ กรุงศรีอยุธยา กรุงเทพ กรุงไทย ทหารไทยธนชาต ออมสิน และซีไอเอ็มบี ไทย

ธนาคาร เบอร์แจ้งอายัด
กสิกรไทย 0-2888-8888 กด 001
ไทยพาณิชย์ 0-2777-7575
กรุงศรีอยุธยา 1572 กด 5
กรุงเทพ 0-2645-5555 กด * 3
กรุงไทย 0-2111-1111 กด 108
ทหารไทยธนชาต 1428 กด 03
ออมสิน 1115 กด 6
ซีไอเอ็มบี ไทย 0-2626-7777 กด 12

รายชื่อบนหน้าเว็บมีมากกว่านี้และเลื่อนดูได้ทั้งหมด ที่ต้องเข้าใจให้ตรงกันคือการอายัดแบบนี้ใช้กับเงินในบัญชีธนาคารเท่านั้น ไม่ได้ย้อนคืนคริปโตที่ถูกโอนออกไปบนบล็อกเชนแล้ว

หลักฐานที่ควรรวบรวมก่อนกดส่งเรื่อง

ทั้งฝั่งแพลตฟอร์มและฝั่งตำรวจถามข้อมูลชุดใกล้เคียงกัน เตรียมครั้งเดียวใช้ได้ทั้งสองทาง

  • รหัสธุรกรรม (TxID) ของรายการที่โอนออกไป หน้าช่วยเหลือแนะนำให้หาจากประวัติธุรกรรมหรือประวัติการถอน ถ้าหาไม่เจอให้ขยายช่วงเวลาที่กรองดู
  • ที่อยู่กระเป๋าปลายทาง และเครือข่ายที่ใช้โอน
  • บทสนทนาทั้งหมด กับมิจฉาชีพ ทั้งภาพหน้าจอและไฟล์อีเมลต้นฉบับถ้ามี
  • ลิงก์โปรไฟล์หรือเพจ ที่คุณเจอเขาครั้งแรก เพื่อแจ้งปิดกับแพลตฟอร์มต้นทางคู่ขนานไปด้วย
  • สลิปโอนเงินบาทและเลขบัญชีปลายทาง ถ้ามีขั้นตอนการโอนผ่านธนาคาร

ส่วนที่คนมักลืมคือข้อสุดท้าย ทั้งที่เป็นข้อมูลที่ใช้ได้จริงกับการอายัดบัญชี ขณะที่ข้อมูลฝั่งบล็อกเชนมีประโยชน์กับการสืบสวนระยะยาวมากกว่า

สามเรื่องที่ควรตั้งความคาดหวังให้ถูก

อย่าจ้างบริการที่อ้างว่าทวงเงินคืนได้ ศูนย์ช่วยเหลือของ Binance TH เขียนไว้ตรงไปตรงมาว่าบริการเหล่านี้มักดำเนินการโดยกลุ่มมิจฉาชีพกลุ่มเดิมที่จ้องหลอกลวงซ้ำสอง (Double Scam) และย้ำให้ตรวจสอบความน่าเชื่อถือให้แน่ชัดก่อนรับความช่วยเหลือใด ๆ

ธุรกรรมบนบล็อกเชนย้อนกลับไม่ได้ หน้าช่วยเหลือฝั่ง Binance Global ระบุว่าธุรกรรมบนบล็อกเชนไม่สามารถย้อนกลับและไม่ระบุตัวตน ดังนั้นแม้จะพยายามเต็มที่ ก็มีโอกาสที่เอ็กซ์เชนจ์จะกู้เงินที่ถูกหลอกคืนไม่ได้ สิ่งที่ทำได้คือเพิ่มโอกาสในการติดตามตัวผู้กระทำผิด

อย่าคาดหวังรายงานความคืบหน้าแบบละเอียด หน้าเดียวกันเขียนว่าจะพยายามแจ้งข้อมูลให้ทราบ แต่อาจถูกจำกัดด้วยกฎหมายหรือข้อกำหนดด้านการกำกับดูแลไม่ให้เปิดเผยรายละเอียดการสืบสวนที่กำลังดำเนินอยู่ ช่องทางที่ให้เลขคดีและผู้รับผิดชอบที่ติดตามได้จริงคือฝั่งตำรวจ

ถ้ายังไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ แต่อยากกันไว้ก่อน จุดเริ่มที่คุ้มที่สุดคือการแยกให้ออกว่าใครคือเจ้าหน้าที่จริง อ่านต่อได้ที่ วิธีดูมิจฉาชีพที่ปลอมเป็นซัพพอร์ต Binance

แหล่งอ้างอิง