ค่าธรรมเนียมและกฎ

ค่าธรรมเนียม Futures ของ Binance คิดยังไง? ค่าเทรด Funding Rate และค่าบังคับชำระบัญชี 1.25%

ต้นทุนสัญญาถาวรมีสามชั้น: ค่าธรรมเนียมเทรดที่คิดจากมูลค่าสถานะ ค่า Funding ที่เกิดเฉพาะตอนถือข้ามเวลาชำระ และค่าบังคับชำระบัญชีเมื่อโดนล้างสถานะ บทความนี้ตรวจอัตราแต่ละตัวจากหน้าทางการของ Binance พร้อมภาพหน้าจอ คำนวณให้ดูว่าไม้เลเวอเรจ 10 เท่ากินสัดส่วนมาร์จิ้นเท่าไร รวมถึงเวลาชำระ Funding ตามเวลาไทยและกรณีที่ระบบปรับรอบชำระเป็นทุก 1 ชั่วโมง

ค่าธรรมเนียม Futures ของ Binance คิดยังไง? ค่าเทรด Funding Rate และค่าบังคับชำระบัญชี 1.25%

เปิดสถานะ Futures แล้วจำแค่ "ค่าธรรมเนียม 0.05%" มักทำให้ประเมินต้นทุนต่ำเกินจริง ต้นทุนของสัญญาถาวรมีสามชั้น: ค่าธรรมเนียมเทรดตอนเปิดและปิดสถานะ ค่า Funding ที่เกิดเฉพาะเมื่อถือข้ามเวลาชำระ และค่าบังคับชำระบัญชีเมื่อโดนล้างสถานะ ทั้งสามชั้นคิดจากมูลค่าสถานะ ไม่ใช่เงินมาร์จิ้นที่คุณใส่เข้าไป ยิ่งใช้เลเวอเรจสูง ค่าธรรมเนียมชุดเดียวกันก็ยิ่งกินสัดส่วนเงินต้นมากขึ้น

บทความนี้เน้นสัญญาถาวรแบบ USDⓈ-M และระบุไว้ทุกจุดว่าตัวเลขแต่ละตัวเปิดดูเองได้ที่หน้าไหน อัตราและกฎตรวจสอบเมื่อ 2026-09-26

หมายเหตุก่อนเริ่ม: หน้าค่าธรรมเนียมและหน้าคำอธิบาย Futures ของ Binance แสดงเป็นภาษาอังกฤษแม้เปิดจากลิงก์ภาษาไทย ภาพหน้าจอด้านล่างจึงเป็นหน้าจอภาษาอังกฤษตามที่เห็นจริง

ชั้นที่ 1: ค่าธรรมเนียมเทรด คิดจากมูลค่าสถานะ ไม่ใช่มาร์จิ้น

ตารางอัตราค่าธรรมเนียม USDⓈ-M Futures ของ Binance แยกตามระดับ Regular User, VIP 1 และ VIP 2 พร้อมคอลัมน์ปริมาณเทรด 30 วัน ยอดถือครอง BNB อัตรา Maker/Taker ของสัญญา USDT และ USDC และคอลัมน์ BNB 10% off

ภาพ: หน้าอัตราค่าธรรมเนียม Futures ของ Binance แท็บ USDⓈ-M Futures สถานะยังไม่ล็อกอิน บันทึกภาพเมื่อ 2026-09-26 เมื่อล็อกอินแล้วให้ยึดอัตราตามระดับบัญชีของคุณ

ณ เวลาที่บันทึกภาพ สัญญามาร์จิ้น USDT สามระดับแรกเป็นดังนี้

ระดับ Maker / Taker หลังส่วนลด BNB 10%
Regular User 0.0200% / 0.0500% 0.0180% / 0.0450%
VIP 1 0.0180% / 0.0500% 0.0162% / 0.0450%
VIP 2 0.0160% / 0.0400% 0.0144% / 0.0360%

เกณฑ์ VIP 1 คือปริมาณเทรด 30 วัน ≥ 5,000,000 USD และ ถือ BNB ≥ 5 BNB ส่วน VIP 2 คือ ≥ 10,000,000 USD และ ≥ 25 BNB สองเงื่อนไขต้องครบพร้อมกัน หน้าคำอธิบายทางการระบุว่าเกณฑ์ปริมาณเทรดของ Futures เป็น 5 เท่าของตลาดสปอต เพราะฝั่ง Futures มีเลเวอเรจ

คอลัมน์สัญญา USDC ในภาพแสดง Maker 0.0000% และ Taker 0.0400% โดยขีดฆ่าราคาปกติ 0.0200% / 0.0500% ไว้ นั่นคือราคาโปรโมชัน หน้าเดียวกันไม่ได้เขียนวันสิ้นสุดไว้ (ยังไม่ยืนยัน) อย่าวางแผนต้นทุนระยะยาวจากตัวเลขโปรโมชัน

สูตรอยู่ในหน้าโครงสร้างและการคำนวณค่าธรรมเนียม Futures (ระบุวันอัปเดต 2026-05-01)

ค่าธรรมเนียมเทรด = มูลค่าสถานะ × อัตราค่าธรรมเนียม

เลเวอเรจไม่เปลี่ยนอัตรา แต่ขยายมูลค่าสถานะ: ใช้มาร์จิ้น 1,000 USDT เปิด 10 เท่า ค่าธรรมเนียมคิดจาก 10,000 USDT

หน้าเดียวกันนิยาม Taker ว่าคำสั่งที่จับคู่ทันทีกับคำสั่งที่มีอยู่ในออเดอร์บุ๊ก และระบุว่าคำสั่ง Market เป็น Taker เสมอ ส่วน Maker คือคำสั่ง Limit ที่ไปตั้งรออยู่ในออเดอร์บุ๊ก สำหรับ Regular User ค่าธรรมเนียม Taker สูงกว่า Maker 2.5 เท่า และคำสั่ง Market ยังมีสลิปเพจเพิ่มอีกต่างหาก วิธีแยกสองอย่างนี้อยู่ในบทความสลิปเพจของคำสั่ง Market ดูอย่างไร

ส่วนลด BNB ฝั่ง Futures ลดได้ 10% ไม่ใช่ 25% แบบสปอต และหน้าทางการระบุเงื่อนไขไว้ชัด: ต้องโอน BNB เข้าบัญชี USDⓈ-M Futures และมียอดพอจ่ายค่าธรรมเนียม ไม่เช่นนั้นระบบจะหัก USDT แทนและคุณจะไม่ได้ส่วนลด วิธีคิดว่าคุ้มไหมใช้ตรรกะเดียวกับส่วนลดค่าธรรมเนียมด้วย BNB คุ้มไหม เพียงแต่สัดส่วนที่ประหยัดได้เล็กกว่า

ชั้นที่ 2: Funding Rate เกิดเฉพาะตอนถึงเวลาชำระ

หน้า Real-Time Funding Rate ของ Binance Futures แท็บ USDⓈ-M แสดงคอลัมน์ Symbol, Interval 8h, Time to Next Funding, Funding Rate และ Interest Rate 0.0100% สำหรับ BTCUSDT, ETHUSDT, TRXUSDT และคู่อื่น

ภาพ: หน้าReal-Time Funding Rate บันทึกภาพเมื่อ 2026-09-26 คอลัมน์ Funding Rate เป็นค่าประมาณแบบเรียลไทม์ ยังเปลี่ยนได้ก่อนถึงเวลาชำระ

สัญญาถาวรไม่มีวันหมดอายุ จึงใช้ค่า Funding ดึงราคาสัญญาให้เกาะกับดัชนีราคาสปอต ตามหน้าแนะนำ Funding Rate (ระบุวันอัปเดต 2026-03-05)

  • ใครจ่ายให้ใคร: อัตราเป็นบวก ฝั่ง Long จ่ายให้ฝั่ง Short อัตราเป็นลบ ฝั่ง Short จ่ายให้ฝั่ง Long หน้าทางการเขียนชัดว่า Binance ไม่เก็บค่าธรรมเนียมจากเงินก้อนนี้ เงินโอนกันเองระหว่างเทรดเดอร์สองฝั่ง
  • ชำระเมื่อไร: ค่าเริ่มต้นคือทุก 8 ชั่วโมง เวลา 00:00, 08:00 และ 16:00 (UTC) ตรงกับเวลาไทย (UTC+7) คือ 07:00, 15:00 และ 23:00 บางสัญญาตั้งรอบไว้ต่างจากนี้ ให้ยึดคอลัมน์ Interval ในหน้า Real-Time Funding Rate
  • ใครต้องจ่าย: เฉพาะคนที่ถือสถานะอยู่ ณ เวลาชำระ ถ้าปิดสถานะก่อนถึงเวลานั้น รอบนั้นไม่เกี่ยวกับคุณเลย หน้าทางการยังระบุว่าเวลาหักจริงคลาดเคลื่อนได้ราว 15 วินาที เปิดสถานะตอน 08:00:05 (UTC) ก็ยังอาจโดนหักรอบนั้น
ค่า Funding = มูลค่าสถานะตามราคา Mark × Funding Rate

อัตรานี้ประกอบด้วยดอกเบี้ยบวกค่าพรีเมียม ดอกเบี้ยตั้งไว้ 0.03% ต่อวัน เท่ากับ 0.01% ต่อรอบ 8 ชั่วโมง ซึ่งก็คือคอลัมน์ Interest Rate 0.0100% ในภาพ แต่ไม่มีอะไรรับประกันว่าอัตราจริงจะอยู่แถวนั้น: ในภาพเดียวกัน BTCUSDT อยู่ที่ 0.00508% ขณะที่ TRXUSDT ติดลบที่ −0.02180% เพดานของสัญญาถาวร USDⓈ-M ทั่วไปอยู่ที่ ± 2% ส่วนสัญญาหลักบางตัวแคบกว่านั้น (หน้าทางการยกตัวอย่าง BTCUSDT ที่ +0.3% / −0.3%)

จุดที่คนถือยาวมักพลาด: ตั้งแต่ 2025-05-02 เป็นต้นมา หน้าทางการระบุว่าเมื่อการชำระรอบก่อนหน้าแตะเพดานหรือพื้นของ Funding Rate ระบบจะปรับความถี่การชำระเป็นทุก 1 ชั่วโมง ในช่วงตลาดผันผวนแรง ค่า Funding จึงสะสมเร็วกว่าที่คำนวณไว้ตอนเปิดสถานะได้มาก

ค่าธรรมเนียมเทรดเก็บครั้งเดียวตอนจับคู่ แต่ค่า Funding ยิ่งถือนาน ยิ่งข้ามรอบชำระหลายครั้ง คนที่เข้าออกภายในวันและไม่ข้ามเวลาชำระเลยไม่ต้องจ่ายสักรอบ ส่วนคนที่ถือหนึ่งสัปดาห์ตามรอบ 8 ชั่วโมงจะเจอ 21 รอบ

ชั้นที่ 3: ค่าบังคับชำระบัญชี

ตารางพารามิเตอร์การเทรดสัญญาถาวร USDⓈ-M ของ Binance แสดงคอลัมน์ Liquidation Clearance Fee เท่ากับ 1.25% สำหรับ BTCUSDT, ETHUSDT, BCHUSDT, XRPUSDT และ LTCUSDT

ภาพ: หน้าพารามิเตอร์การเทรด บันทึกภาพเมื่อ 2026-09-26 ตัดเมนูด้านซ้ายออก แต่ละสัญญามีอัตราต่างกัน ให้ค้นชื่อสัญญาที่คุณเทรดในหน้านั้น

ตามหน้าข้อตกลงการบังคับชำระบัญชี (ระบุวันอัปเดต 2026-01-03) สถานะจะถูกบังคับปิดเมื่อหลักประกันที่คุณวางไว้ต่ำกว่ามาร์จิ้นที่ต้องใช้รักษาสถานะนั้น และราคาที่ใช้ตัดสินคือราคา Mark ไม่ใช่ราคาซื้อขายล่าสุด หน้าเดียวกันอธิบายว่าราคา Mark คำนวณจากข้อมูล Funding รวมกับราคาจากตลาดสปอตหลายแห่ง ส่วนราคาล่าสุดใช้คิดกำไรขาดทุนที่รับรู้แล้วเท่านั้น

ในภาพ สัญญาอย่าง BTCUSDT มีค่าบังคับชำระบัญชี 1.25% ซึ่งเท่ากับ 25 เท่าของค่าธรรมเนียม Taker 0.05% ของ Regular User หน้าทางการไม่ได้ให้ตัวอย่างคำนวณทีละขั้น บทความนี้จึงไม่ประมาณยอดที่จะถูกหักจริง (ยังไม่ยืนยัน) แต่ทิศทางชัดเจน: ออกจากสถานะด้วยตัวเองก่อนถึงราคาบังคับปิด ถูกกว่าปล่อยให้ระบบล้างมาก

มีอีกประโยคในหน้าเดียวกันที่คนเทรดไม้เล็กควรอ่าน: สถานะขนาดเล็กมีโอกาสถูกล้างทั้งไม้มากกว่าสถานะใหญ่ เพราะมาร์จิ้นรักษาสถานะคิดจากขนาดสถานะ ไม่ได้คิดจากเลเวอเรจ ทำให้มาร์จิ้นรักษาสถานะที่แท้จริงอาจต่ำกว่าอัตราค่าบังคับชำระบัญชี และกลายเป็นสถานะล้มละลายเมื่อเข้าสู่การบังคับปิด

รวมสามชั้นไว้ในสมการเดียว

ต้นทุนรวม ≈ ค่าธรรมเนียมเปิด + ค่าธรรมเนียมปิด
          + ค่า Funding แต่ละรอบ (บวกหรือลบก็ได้)
          + ค่าบังคับชำระบัญชี (ถ้าเกิดขึ้น)

สเปรดและสลิปเพจไม่รวมอยู่ในสมการนี้ ต้องคิดแยก

ลองดูตัวอย่างคำนวณ สมมุติเป็น Regular User ไม่ได้เปิดส่วนลด BNB ใช้มาร์จิ้น 1,000 USDT เปิด Long BTCUSDT 10 เท่า มูลค่าสถานะ 10,000 USDT ปิดที่ราคาเดิม ถือ 3 วันข้ามรอบชำระ 9 ครั้ง และสมมุติว่าทุกรอบ Funding Rate เท่ากับ +0.01%

รายการ วิธีคิด จำนวน
เปิดสถานะ (Market = Taker) 10,000 × 0.05% 5 USDT
ปิดสถานะ (Market = Taker) 10,000 × 0.05% 5 USDT
ค่า Funding (ฝั่ง Long จ่าย) 10,000 × 0.01% × 9 9 USDT
รวม — 19 USDT

19 USDT คิดเป็น 0.19% ของมูลค่าสถานะ แต่คิดเป็น 1.9% ของมาร์จิ้น 1,000 USDT ที่คุณใส่เข้าไป แปลว่าราคาต้องวิ่งไปทางที่คุณถูก 0.19% ก่อน ไม้นี้ถึงจะเสมอตัว

เปลี่ยนเงื่อนไขดูบ้าง

  • เปิดด้วยคำสั่ง Limit ที่ได้เป็น Maker: ค่าธรรมเนียมเปิดเหลือ 2 USDT รวมเป็น 16 USDT
  • เปิดส่วนลด BNB: ค่าธรรมเนียมเปิดและปิดเหลือด้านละ 4.5 USDT รวมเป็น 18 USDT โดยส่วนลดไม่มีผลกับค่า Funding
  • มูลค่าสถานะเท่าเดิมแต่ใช้ 20 เท่า (มาร์จิ้น 500 USDT): จำนวนเงินค่าธรรมเนียมเท่าเดิมทุกบาท แต่สัดส่วนต่อมาร์จิ้นเพิ่มเป็น 3.8%
  • Funding Rate ติดลบ: 9 รอบนั้นฝั่ง Long กลายเป็นผู้รับเงิน แต่ทิศทางและขนาดเปลี่ยนทุกรอบ อย่าคิดล่วงหน้าว่าเป็นรายได้

ทั้งหมดนี้เป็นตัวอย่างการคำนวณ ไม่ใช่การทำนายราคา และไม่ได้รวมสเปรดกับสลิปเพจ ค่า Funding จริงคิดจากราคา Mark และอัตราของแต่ละรอบ ต้นทุนฝั่งอื่นนอกเหนือจาก Futures เช่น สเปรดสปอตและค่าถอน รวมไว้ในบทความต้นทุน Binance: ค่าธรรมเนียม สเปรด และค่าถอน

คนไทยเปิด Futures ที่ไหนได้บ้าง

หน้าแรกของเว็บไซต์ BINANCE TH BY GULF BINANCE แสดงแถบเมนู Markets, Trade, Easy Buy/Sell, VIP, OTC Service และ DCA โดยไม่มีเมนู Futures

ภาพ: หน้าแรก binance.th บันทึกภาพเมื่อ 2026-09-26 แถบเมนูมีเฉพาะ Markets, Trade, Easy Buy/Sell, VIP, OTC Service และ DCA

ตัวเลขทั้งหมดในบทความนี้มาจากหน้าของ Binance แพลตฟอร์มโลก ไม่ใช่ BINANCE TH ณ วันที่บันทึกภาพ แถบเมนูของ binance.th ไม่มีรายการ Futures เลย ก่อนวางแผนต้นทุน ให้ดูก่อนว่าคุณกำลังใช้แพลตฟอร์มไหนอยู่ ความต่างของสองทางเข้านี้อธิบายไว้ในBinance Global ต่างจาก Binance TH อย่างไร

สิทธิ์ใช้งาน Futures และเลเวอเรจสูงสุดยังขึ้นกับภูมิภาคและสถานะการยืนยันตัวตนของบัญชีด้วย

ตรวจสี่ข้อก่อนเปิดสถานะ

  1. ล็อกอินแล้วเปิดหน้าอัตราค่าธรรมเนียมดูระดับของบัญชีตัวเอง อย่าคำนวณจากภาพหน้าจอของคนอื่น
  2. ถ้าตั้งใจถือข้ามรอบชำระ ให้ดูคอลัมน์ Interval และอัตราปัจจุบันในหน้า Real-Time Funding Rate แล้วคูณจำนวนรอบที่คาดว่าจะเจอเข้าไปในต้นทุน
  3. ค้นชื่อสัญญาที่จะเทรดในหน้าพารามิเตอร์การเทรด จดอัตราค่าบังคับชำระบัญชีไว้
  4. ตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ก่อนถึงราคาบังคับปิด คำสั่ง Stop Market ที่ทำงานแล้วจับคู่แบบ Taker เสียค่าธรรมเนียม 0.05% ซึ่งถูกกว่า 1.25% มาก วิธีตั้งอยู่ในตั้ง Stop Loss / Take Profit บน Binance

การเทรดด้วยเลเวอเรจขยายทั้งกำไรและขาดทุน อัตราและกฎในบทความนี้ตรวจสอบเมื่อ 2026-09-26 หน้าคำอธิบายทางการที่อ้างถึงระบุวันอัปเดตไว้ที่ 2026-05-01 (การคำนวณค่าธรรมเนียม), 2026-03-05 (Funding Rate) และ 2026-01-03 (การบังคับชำระบัญชี) อัตรา รอบการชำระ และค่าบังคับชำระบัญชีปรับได้ทุกเมื่อ ก่อนเทรดให้ยึดหน้าจอในบัญชีของคุณขณะนั้น บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน

FeeGraph เป็นเว็บไซต์ข้อมูลอิสระ ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของ Binance หากสมัครผ่านลิงก์แนะนำของเรา เว็บนี้อาจได้รับค่าคอมมิชชัน โดยค่าธรรมเนียมที่คุณจ่ายไม่เพิ่มขึ้น